วิวาห์สีเลือด: รอยแค้นอาภรณ์วิวาห์ และหายนะแห่งตระกูลหยิ่งยโส

สองคืนก่อนวิวาห์ เสียงผ้าลูกไม้เนื้อดีที่ถูกกระชากจนขาดวิ่นดังก้องไปทั่วห้องนอนของฉัน มันไม่ใช่แค่ผ้าธรรมดา แต่เป็นชุดแต่งงานวินเทจที่คุณแม่ที่ล่วงลับไปแล้วตั้งใจเย็บปักไว้ให้ฉันใส่ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต
“แคว่ก!!”
เศษผ้าสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราวกับซากศพของความหวัง ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ‘ชัชชัย’ ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงระยับยืนหอบหายใจด้วยความโกรธจัด ในขณะที่ด้านหลังของเขามี ‘รดา’ ภรรยาใหม่ผู้แสนเย่อหยิ่ง และ ‘ณิชา’ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอยืนเหยียดยิ้มอย่างสะใจ
“แกจะแต่งงานกับไอ้กระจอกนั่นไม่ได้ ลลิน!” พ่อตวาดลั่น ชี้หน้าฉันด้วยมือที่สั่นเทา “ฉันไม่ยอมให้ลูกสาวคนโตของตระกูล ‘เกียรติบวร’ ต้องไปกัดก้อนเกลือกินกับไอ้สถาปนิกบ้านนอกนั่นให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะหรอกนะ!”
“แต่ธีร์เป็นคนดี และเราก็รักกันค่ะพ่อ” ฉันเถียงเสียงเรียบ พยายามข่มความเจ็บปวดที่จุกอยู่เต็มอก
“รักมันกินไม่ได้!” พ่อประกาศกร้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่มืดบอด “มะรืนนี้แกต้องไปงานกาล่าดินเนอร์กับฉัน เราต้องไปต้อนรับท่านประธานกรรมการของ ‘ที.ซี. กรุ๊ป’ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ ถ้าแกทำให้ท่านประธานถูกใจได้ บริษัทของเราที่กำลังจะล้มละลายก็จะมีคนมาอุ้มชู!”
ฉันแค่นยิ้ม สมเพชในความเห็นแก่ตัวของผู้ชายตรงหน้า “พ่อก็เลยฉีกชุดแต่งงานของแม่ทิ้ง เพื่อจะบังคับให้ลลินไปเป็นของเล่นของเศรษฐีแก่ๆ เพื่อล้างหนี้ให้พ่อเหรอคะ?”
“เพียะ!”
ฝ่ามือหนาตบลงบนใบหน้าฉันอย่างจังจนเลือดซิบมุมปาก รดาแสร้งทำเป็นยกมือทาบอก แต่สายตากลับเปี่ยมไปด้วยความสะใจ ณิชาหัวเราะในลำคอพลางปรายตามองเศษชุดแต่งงานบนพื้น
“จำเอาไว้นะลลิน…” พ่อเหยียบย่ำลงบนลูกไม้สีขาวที่แม่ตั้งใจทำให้อย่างไร้เยื่อใย “ไม่มีชุด ก็ไม่มีงานแต่ง! และถ้าแกไม่ไปงานกาล่ามะรืนนี้ ฉันจะตัดหางปล่อยวัดแก!”
พ่อและครอบครัวใหม่ของเขาเดินสะบัดก้นออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันทรุดตัวลงนั่งท่ามกลางเศษซากของชุดแต่งงาน ฉันหยิบเศษผ้าขึ้นมากำไว้แน่น น้ำตาที่ควรจะไหลกลับเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่เกาะกุมขั้วหัวใจ…
สองคืนก่อนวิวาห์ พ่อฉีกชุดแต่งงานของฉันจนขาดวิ่นและประกาศกร้าว “ไม่มีชุด ก็ไม่มีงานแต่ง!”… แต่เขาหารู้ไม่ว่า นั่นคือการเปิดประตูสู่ความพินาศของตระกูลที่เขาภูมิใจนักหนา!
วันงานกาล่าดินเนอร์ ณ โรงแรมหรูระดับหกดาว
คืนนี้ควรจะเป็นคืนที่ฉันสวมชุดเจ้าสาวและยืนเคียงข้างผู้ชายที่ฉันรักในงานฉลองมงคลสมรสเล็กๆ แต่อบอุ่น ทว่าตอนนี้ ฉันกลับก้าวเข้ามาในห้องบอลรูมที่หรูหราที่สุดของประเทศ ในฐานะลูกสาวที่ถูกบังคับมาเป็นเหยื่อล่อเศรษฐี
ฉันไม่ได้สวมชุดราตรีหรูหราฟู่ฟ่าอย่างที่รดาและณิชาสวมใส่ แต่ฉันเลือกสวม ‘สูทสีขาวล้วน’ ที่ตัดเย็บอย่างประณีตเรียบกริบ มันดูทรงพลัง เย่อหยิ่ง และคล้ายกับชุดไว้ทุกข์ในคราวเดียวกัน
ทันทีที่ฉันปรากฏตัว ชัชชัยก็รีบปรี่เข้ามาหา หน้าตาของเขาตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยว
“ลลิน! ฉันสั่งให้แกใส่ชุดราตรีเปิดหลังที่รดาเตรียมไว้ให้ไม่ใช่หรือไง! แกใส่สูทบ้าบออะไรมาเนี่ย ทำตัวเป็นยัยเพิงหมาแหงนแบบนี้แล้วท่านประธานที.ซี. กรุ๊ป จะหันมามองแกได้ยังไง!”
“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมองนี่คะ” ฉันตอบเสียงเรียบ พลางหยิบแก้วแชมเปญจากบริกรมาถือไว้ “ลลินมาเพื่อ ‘ดู’ หายนะของพ่อ ไม่ได้มาเพื่อขายตัว”
“นังลูกไม่รักดี!” ชัชชัยง้างมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงมาบนหน้าฉันอีกครั้งต่อหน้าแขกเหรื่อ
แต่ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะกระทบผิวหน้าฉัน…
“หยุดเดี๋ยวนี้นะครับคุณชัชชัย ถ้ามือของคุณโดนตัวภรรยาผมแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ผมรับรองว่าคุณจะไม่มีมือไว้เซ็นเอกสารล้มละลายพรุ่งนี้แน่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจและเย็นเยียบดังก้องขึ้นจากด้านหลัง บรรยากาศในห้องบอลรูมเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกแช่แข็ง แขกวีไอพีระดับประเทศนับร้อยชีวิตแหวกทางออกเป็นสองฝั่งอย่างนอบน้อม
ร่างสูงสง่าในชุดทักซิโด้สีดำสนิทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามา นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องมองชัชชัยราวกับพญาราชสีห์จ้องมองเหยื่อ ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดและทีมทนายความชุดดำนับสิบคนเดินตามมาอย่างน่าเกรงขาม
ชัชชัย รดา และณิชา อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า
“ไอ้… ไอ้ธีร์! ไอ้สถาปนิกกระจอก! แก… แกเข้ามาในงานระดับไฮคลาสแบบนี้ได้ยังไง รปภ.! รปภ.อยู่ไหน มาลากคอไอ้หมอนี่ออกไปเดี๋ยวนี้!” ชัชชัยโวยวายเสียงหลง
ทว่าไม่มีใครขยับตัว… ผู้จัดการโรงแรมรีบวิ่งเหงื่อตกเข้ามาโค้งคำนับชายหนุ่มตรงหน้าแทบจรดพื้น
“สวัสดีครับท่านประธานเตชินท์… ทางเราเตรียมห้องรับรองวีไอพีไว้ให้ท่านแล้วครับ”
“ประธาน… เตชินท์?” ชัชชัยทวนคำเสียงสั่น ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรง “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ประธานที.ซี. กรุ๊ป คือมหาเศรษฐีวัยหกสิบไม่ใช่หรือไง!”
ธีร์… หรือที่ทุกคนในวงการธุรกิจรู้จักในนาม ‘เตชินท์ บริรักษ์เมธา’ ซีอีโอหนุ่มวัยสามสิบผู้กุมบังเหียนที.ซี. กรุ๊ป เครือข่ายธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เหยียดยิ้มเย็นชา เขาก้าวเข้ามายืนเคียงข้างฉัน โอบเอวฉันไว้อย่างทะนุถนอมและหวงแหน
“นั่นมันพ่อของผมครับท่านอดีตว่าที่พ่อตา พอดีท่านเกษียณแล้ว ผมก็เลยมารับตำแหน่งแทน” เตชินท์ปรายตามองชัชชัยตั้งแต่หัวจรดเท้า “อ้อ… แล้วก็ต้องขอโทษด้วย ที่ ‘สถาปนิกกระจอก’ คนนี้ คือคนที่กว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของเกียรติบวรเอาไว้”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ณิชาเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นพรม รดาหน้าซีดเผือดราวกับศพ ส่วนชัชชัยยืนตัวสั่นเป็นลูกนกจ้องมองกระดาษเอกสารที่ทีมทนายความของเตชินท์ยื่นให้
“นี่มัน… หมายความว่ายังไง…” ชัชชัยละล่ำละลัก
ฉันวางแก้วแชมเปญลงและก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ
“หมายความว่า… สัญญาเงินกู้ที่พ่อเอาหุ้นบริษัทไปค้ำประกันไว้ ตอนนี้ตกอยู่ในมือของที.ซี. กรุ๊ปแล้วไงคะ และเนื่องจากเกียรติบวรผิดนัดชำระหนี้มาแล้วสามงวด… ที.ซี. กรุ๊ป จึงมีสิทธิ์ชอบธรรมในการยึดหุ้นทั้งหมด และเข้าเทคโอเวอร์บริษัททันทีในวินาทีนี้”
ฉันหยิบ ‘พินัยกรรมฉบับจริง’ ของแม่ที่ฉันแอบสืบหามานานหลายปีออกมาโชว์ให้ชัชชัยดู
“และนี่… คือหลักฐานว่าหุ้นร้อยละหกสิบของเกียรติบวร เป็นชื่อของแม่ที่ระบุไว้ว่าต้องตกเป็นของฉันเมื่อฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรส แต่พ่อกลับปลอมแปลงเอกสารและยักยอกมันไป… โชคดีนะคะ ที่เมื่อเช้านี้ ฉันกับคุณเตชินท์ เราไปจดทะเบียนสมรสกันมาเรียบร้อยแล้ว!”
คำประกาศของฉันเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมของชัชชัย ความหยิ่งยโส ความจองหอง และหน้ากากของผู้ดีตระกูลใหญ่พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
“ไม่… ไม่จริง… แกทำแบบนี้กับพ่อแท้ๆ ของแกได้ยังไง ลลิน! ฉันเป็นพ่อนะ!” ชัชชัยร้องไห้ฟูมฟาย พยายามจะเข้ามาเกาะแขนฉัน แต่บอดี้การ์ดของเตชินท์ก็ก้าวมาขวางไว้ทันที
“พ่อที่ฉีกชุดแต่งงานของแม่ทิ้ง และพร้อมจะขายลูกสาวกินเพื่อเอาตัวรอด… ลลินไม่มีพ่อแบบนี้ค่ะ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเย็นชาที่สุด
“ลลิน… พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้ว่าคุณธีร์คือ… ลลินช่วยครอบครัวเราด้วยนะ ถือว่าเห็นแก่น้อง…” ณิชาคลานเข้ามากอดขาฉัน ร้องไห้จนเครื่องสำอางเลอะเทอะไปหมด รดาก็พนมมือไหว้ฉันปะหลกๆ อย่างน่าสมเพช
ฉันมองภาพสุนัขจนตรอกตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า… พอกันทีกับความใจอ่อน พอกันทีกับการยอมเป็นเบี้ยล่างให้คนพวกนี้เหยียบย่ำ
เตชินท์ก้มลงกระซิบข้างหูฉัน “ชุดสูทสีขาววันนี้ เหมาะกับคุณมากนะที่รัก… แต่ผมเตรียมชุดแต่งงานชุดใหม่ที่สวยกว่านี้ไว้ให้คุณแล้วที่เกาะส่วนตัวของเรา เราไปกันเถอะ ปล่อยขยะพวกนี้ให้ทนายของผมจัดการ”
ฉันยิ้มรับ สอดแขนควงชายที่รักที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดเดินหันหลังออกจากห้องบอลรูมไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงร้องไห้โหยหวนและคำสาปแช่งของชัชชัยที่กำลังจะถูกตำรวจคุมตัวข้อหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกง
ชุดแต่งงานที่ถูกฉีกขาดในวันนั้น ไม่ใช่จุดจบของความรักฉัน แต่มันคือปฐมบทแห่งการชำระแค้น และเป็นจุดจบที่สมบูรณ์แบบที่สุดของตระกูลที่หยิ่งยโส… ตระกูลที่บัดนี้ ไม่เหลือแม้แต่เศษซากของเกียรติยศอีกต่อไป.



